Dr.PHRA: MAHAPRASONG CHANTAKUL

Mamakut Buddhist University

การครองตน ครองคน ครองงาน

June 25, 2013 by prasong2 · No Comments · Uncategorized

การครองตน ครองคน ครองงาน ของผู้บริหารตามหลักคุณธรรม นำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารงาน

การครองตน ครองคน ครองงาน ของผู้บริหารตามหลักคุณธรรม 

นำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารงาน

          ในปัจจุบันสังคมไทยมีความคาดหวังและมีความตื่นตัวที่จะได้ผู้นำ ผู้บริหารที่เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ มีความตั้งใจ
ในการบริหารงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม ซึ่งการที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหารที่ดีพฤติกรรมอันพึงประสงค์ได้นั้น
ควรต้องมีคุณธรรมพื้นฐานต่อไปนี้

  1. มีคุณธรรมต่อตนเอง คือ มีการครองตนอย่างเหมาะสม
  2. มีคุณธรรมต่อผู้ร่วมงาน คือ มีการครองคนอย่างเหมาะสม
  3. มีคุณธรรมต่อหน้าที่การงาน คือ มีการครองงานอย่างเหมาะสม

มีคุณธรรมในการครองตน

          1. ดำเนินชีวิตตามหลักพุทธธรรมคำสอนทางพุทธศาสนา เพราะหลักธรรมของพระพุทธศาสนา เพราะหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเป็นหลักสัจธรรม เป็นสิ่งที่มีความจริงตามธรรมชาติ เช่น มีเกิดก็มีดับไป “เกิดเท่าไหร่ตายเท่านั้น” “ทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นต้น การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในเพศฆารวาสควรเริ่มต้นที่การมีศีล 5 ไว้ประจำใจเป็นอย่างน้อย กล่าวคือ

  1. เว้นจากการทำบาปฆ่าสัตว์ เบียดเบียนผู้อื่น
  2. เว้นจากการลักขโมย อยากได้ของจากผู้อื่นที่ไม่ใช่ของตนเอง
  3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  4. เว้นจากการพูดปลด โกหก หลอกลวง
  5. เว้นจากการดื่มสุรา ยาเสพติดให้โทษ

          ใน การประพฤติปฏิบัติในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องอยู่ในภาวะที่มีความสมดุลย์กันทุกด้านจึงจะพบกับความสุขโดยแท้จริง นอกจากการมีพื้นฐานด้วยศีล 5 แล้วยังมีหลักพุทธธรรม ซึ่งจะขอยกตัวอย่างหลักพุทธธรรมบางหลักให้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติให้ มีการครองตนอย่างสมบูรณ์ ดังนี้

  1. สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ
  2. สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ
  3. สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ
  4. สัมมากัมมปันตะ คือ การกระทำชอบ
  5. สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ
  6. สัมมาวายามะ คือ ความพยายามชอบ
  7. สัมมาสติ คือ ความระลึกชอบ
  8. สัมมาสมาธิ คือ ความตั้งจิตมั่นชอบ

          จากการใช้พุทธธรรม ที่เรียกว่า มรรค 8 ใช้เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตจากความหมายของมรรค 8 ทั้ง 8 ข้อ
จะทำชีวิตมีความสมดุลอันเป็นรากฐานของความสุข ความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และตนเอง

หลักพุทธธรรม สังหวัตถุ 4

          เป็นหลักพุทธธรรม ซึ่งจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มีน้ำใจซึ่งกันและกัน เป็นเหตุให้เกิดความรัก ความสามัคคี ดำเนินชีวิตด้วยความสุข ดังนี้

  1. ทาน คือ การให้เป็นสิ่งของแก่คนที่ควรมีจิตอาสา มีความเสียสละ
  2. ปิยวาจา คือ การเจรจาพูดด้วยวจีที่อ่อนหวาน มีวาจาเป็นมิตร
  3. อัตถจริยา คือ การประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น
  4. สมานนัตตา คือ การวางตนให้เหมาะสมกับฐานะตนเอง

 

หลักพุทธธรรม ธรรมโลกบาล

เป็นหลักพุทธธรรมที่ช่วยคุ้มครองบุคคลหรือมวลมนุษย์ในโลกให้อยู่ร่วมกันอย่างปกตอสุข มีความร่มเย็นเป็นสุข ประกอบด้วยกัน
2 ประการคือ

  1. หิริ คือ ความละอายในตนเอง
  2. โอตตัปปะ คือ มีความเกรงกลัวต่อทุกข์ ความเสื่อม ความชั่ว จนไม่คิดจะกระทำความชั่ว

สรุป

พุทธธรรมดังตัวอย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นพอสังเขปนั้นเป็นหลักฐานที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดการครองตน
ให้ มีพฤติกรรมอันประสงค์เป็นคนดีนี้มีรากฐานแห่งความดีคือ การยึดถือปฏิบัติศีล 5 ประจำวันและดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทด้วยหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ได้ครองทุกสิ่งรอบข้างตัวเราด้วยตามรอยครอบครัวอย่างแท้จริง

คุณธรรมในการครองตน

นอกจากการมีคุณธรรมและยึดถือหลักพุทธธรรมในการครองตนแล้วยังต้องมีคุณธรรม หลักพุทธธรรมในการครองตนด้วย เพราะคนเราอยู่คนเดียวทำงานคนเดียวไม่ได้ ย่อมต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างมีคุณธรรม ซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำ ผู้บริหารยิ่งต้องมีคุณธรรม ยึดหลักพุทธธรรมในการครองตน ครองใจคนให้มีจิตใจพ้องต้องกันอันที่จะประกอบกิจการงานต่าง ๆ ร่วมกันด้วยความเต็มใจ จริงใจ และมีความสุข ซึ่งหลักพุทธธรรมที่ไว้เป็นแนวทางในการครองคน ซึ่งเป็นพุทธธรรมของมนุษย์สัมพันธ์ ยกตัวอย่างพอเป็นสังเขป ดังนี้

  1. เมตตา : คือให้มีความรักใคร่ และปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นมีความสุข
  2. กรุณา : ให้ความสงสาร และคิดช่วยเหลือให้ผู้อื่นดับทุกข์
  3. มุฑิตา : คือ มีความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี มีความสุขประสบผลสำเร็จในการดำเนินชีวิต และหน้าที่การงาน และพร้อมกับสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อร่วมงาน มีความเจริญก้าวหน้า
  4. อุเบกขา : คือ วางตนเป็นกลางปฏิบัติต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วยความยุติธรรม เสมอภาคปราศจากความลำเอียง

หลักพุทธธรรมที่ใช้ครองใจคนในการให้เป็นมิตร มี 4 ประการ คือ

  1. สัจจะ คือ การตั้งอยู่ในความสัตย์ พูดจริง มีความจริงใจในการคบมิตร
  2. ธัมโม คือ การรู้จักบาป-บุญ สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ พึงละลึกอยู่เสมอว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ
  3. ธิถิ คือ การมีความเพียรอันได้แก่ การทำความดี มีความเพียรในการปฏิบัติงานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
  4. จาโค คือ มีความยินดีในการบริจาค แบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่นในการบริจาคด้วยสิน เงินทอง แบ่งปันสิ่งของ ความรัก ความสามัคคี และแม้กระทั่งเสียสละกาย กำลังใจ ที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ละความสุข ตามความเหมาะสม

 

หลักพุทธธรรม ยุติธรรม 5

 

          ในการครองตน ผู้นำหรือผู้ บริหารต้องมีหลักของความยุติธรรมในการปฏิบัติต่อทุกคนที่เป็นผู้ใต้บังคับ บัญชา หรือผู้ร่วมงานด้วยความเสมอภาคจึงเกิดความเลื่อมใส ศรัทธาในจริยา สรุปได้ 5 ประเภทคือ

  1. สัจจวา คือ การแนะนำในสิ่งต่าง ๆ เป็นการดำเนินชีวิต การปฏิบัติด้วยความจริงใจด้วยใจที่สะอาด บริสุทธิ์
  2. บัณฑิตา คือ มีความฉลาด และแนะนำสิ่งที่เป็นสัจธรรมความจริง ความเลื่อมใสทั้งปวงด้วยความฉลาดรอบคอบถูกกาลเทศะ
  3. อุตสาหะเสนะ คือ การตัดสินใจปัญหาต่างๆ ด้วยสติ ด้วยปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำ หรือผู้บริหารต้องใช้การตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการงาน และข้อพิพาทต่าง ๆ ของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเทียบเท่า บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยสติปัญญา ไม่ติดสินด้วยอารมณ์ที่โกรธ ควรมีหลีกไตรสิกขาเข้าควบคุมจิตใจ การตัดสินใจ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา
  4. เมธาวี คือ การนึกถึงธรรมเป็นที่ตั้งไม่เห็นแก่สิ่งยั่วยุต่าง ๆ เช่น อามิสสินจ้าง การประจบสอพลอ เป็นต้น
  5. ธัมมัญธะ คือ การไม่อาฆาต จองเวร ข้อนี้ผู้บริหารควรตระหนักให้มาก ไม่ควรอาฆาตมาดร้าย จองเวร ต่อเวร ต่อกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำให้ตนเองไม่พอใจ ในทางตรงกันข้ามควรให้อภัย เพราะในทางพระพุทธศาสนา นับถือว่า การให้อภัยเป็นกุศลสูงสุดด้วยเช่นกัน

หลักการครองคนที่ใช้ไว้ในการประกอบการดำเนินชีวิต ในการทำงาน คือ

          1. ผู้บริหารต้องยึดมั่นในกฎระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนด และวินัย-จรรยาบรรณวิชาชีพของข้าราชการอย่างเคร่งครัด ครบทุกประการ ทั้งนี้เป็นตัวอย่างของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้อื่นที่ได้พบเห็นเกิดความรัก เคารพเลื่อมใสศรัทธาในตัวผู้บริหาร

2. การครองตนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใต้บังคับบัญชาผู้บริหารควรปกครองด้วยหลัก ธรรมพรหมวิหาร 4 แบบพี่ปกครองน้อง พ่อแม่ปกครองลูก ดูแลเอาใจใส่ เอื้ออาทร ให้ความรัก ความเห็นใจซึ่งกันและกัน รับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ เปิดใจกว้าง สรุปปัญหาอันเป็นแนวทางพัฒนาให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3. ให้ความก้าวหน้าแก่ผู้บังคับบัญชา ผู้บริหารควรสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดีมีคุณธรรม ให้สามารถเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานตามศักยภาพของแต่ละบุคคลด้วยความจริงใจ

สรุป

ในการครองตน ผู้นำหรือผู้บริหารควรมีใจคุณธรรม-จริยธรรม ใช้หลักธรรม พุทธธรรม อันเป็นธรรมที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตตามหลักของมนุษย์สัมพันธ์อย่างเป็น รูปธรรม ย่อมทำให้สามารถครองใจคน และคุมคนได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การพัฒนางานองค์การให้ดีขึ้นและประผลสำเร็จได้เป็นอย่างดียิ่ง

 

คุณธรรมเป็นการครองงาน

ผู้บริหารที่มีหลักการครองงานที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ควรต้องมีพื้นฐานในการครองงาน ครองตน และครองคนให้ได้ดีเสียก่อน เพราะการครองตนที่ดี และเป็นตัวอย่างในการเกิดความรักความศรัทธาของผู้ใต้บังคับบัญชา และการครองตน เมื่อผู้บริหารเกิดปัญหาในการครองคน ย่อมทำให้เกิด ความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ เกิดแรงบันดาลใจ  ความตั้งใจ มีความรับผิดชอบสูง ที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อบริหารแบบมีหลักและทักษะในการครองงานอย่างสมเหตุสมผล อยู่ในครรลองของวิธีการบริหารงานอันพึงประสงค์ ซึ่งเกิดจากการนำหลักบริหารงานตามหลักวิธีการที่เรียกว่า POSDCROB มีรูปแบบขั้นตอน วิธีการควบคุมงาน 7 ข้อ คือ

1. การวางแผน (Plannig)

2. การจัดองค์การ (Organising)

3. การบริหารงานบุคคล (Starffing)

4. การวินิจฉัยสั่งการ (Directing)

5. การประสานงาน (Co-rodination)

6. การรายงาน (Reporting)

7. การจัดทำงบประมาณ (Bridgeting)

ซึ่่งในที่นี้ผู้บริหารของสถานศึกษาใด ๆ ได้เลือกวิธีการครองงานโดยวิธีการของ POSDCROB 7 ขั้นตอน เป็นแนวทางในการบริหารงานในภาพรวมและใช้กระบวนการคุณภาพที่เรียกว่า PDCA งานย่อยแต่ละหน่วยงาน แต่ละไตรภาในสถานศึกษา 4 ขั้นตอนคือ

1. P (planting) การวางแผนงานในการปฏิบัติงาน

2. D (doing) การลงมือปฏิบัติงานการวางแผนงานข้อกำหนดขั้นตอนไว้

3. C (Cheering) การตรวจสอบผลการใช้แผนงานและปฏิบัติงาน

4. A (Accreting) การปรับปรุงและแก้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน ต้องมีการควบคุมหรือการครองงานที่เหมาะสมกัน นอกจากใช้หลักวิธีการ หลักวิชาการ ทฤษฏีการบริหารงานของสถานศึกษาใด ๆ ที่เป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป ในข้างต้นดังกล่าว พุทธธรรมคำสอนเป็นคติธรรมในการใช้เตือนสติ และบรรทัดฐานในการบริหารงานในลักษณะของการครองงานที่ดีมีคุณธรรม โดยหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับการครองงานที่มีอยู่มากมายหลาย พุทธธรรม ซึ่งในที่นี้จะขอยกตัวอย่างหลักพุทธธรรมในการครองงาน เพื่อเป็นแนวทางพอเป็นสังเขป ดังนี้

หลักพุทธธรรม อิทธิบาท 4 เป็นหลักพุทธธรรมที่ทำให้ประสบผลสำเร็จในการทำงาน คือ

1. ฉันทะ คือ มีความพึงพอใจในงานที่รับผิดชอบ

2. วิริยะ คือ มีความขยันหมั่นเพียร อดทน เสียสละในการทำงานโดยมุ่งหวังให้งานประสบผลสำเร็จ

3. จิตตะ คือ มีความฝักใฝ่เอาใจใส่งานอย่างต่อเนื่อง และการทำงานด้วยความระมัดระวัง โดยหวังผลให้งานประสบผลสำเร็จ

4. วิมังสา คือ มีความคิดไตร่ตรอง หาเหตุผลคิดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการพัฒนางาน

หลักพุทธธรรม สัปปุริธรรม 7

1. ธัมมัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักเหตุ

2. อัตถัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักผล

3. อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักตน

4. มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักประมาณ

5. กาลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา

6. ปุริสัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักชุมชน สังคม

7. บุคคลโรปรัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักคบคน

หลักธรรม อริยทรัพย์ 7เป็นหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องกับการครองตน ครองคน ครองงาน คือ

1. ศรัทธา คือ เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

2. ศีล คือ มีความประพฤติเรียบร้อย

3. หริ คือ มีความละอายต่อบาป การทุจริตไม่ซื่อตรง

4. โอตตัปปะ คือ มีความสะดุ้ง เกรงกลัวต่อบาป

5. พาหุสัจจะ คือ ความเป็นคนที่ได้รับฟังมามาก

6. จาคะ คือ การให้เป็นสิ่งของสำหรับคนที่ควรให้

          ปัญญาคือ ความรอบรู้ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ การเป็นผู้บริหารที่ดีนั้น จะมีเหตุเป็นปัจจัยสำเร็จ “การตั้งใจดี” และมือสะอาด ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดแนวทางสู่การปฏิบัติตามไว้ 3 ประการ ดังนี้

1. เว้นจากการทุจริต การประพฤติชั่ว ทั้งกาย วาจา และใจ

2. การประกอบการงาน อาชีพที่สุจริต ประพฤติชอบ ทั้งกาย วาจา และใจ

3. การทำใจคนให้สะอาด บริสุทธิ์ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง

บทสรุป

          จาก หลักการครองตน ครองคน ครองงาน ดังกล่าวไว้ข้างต้นนั้น เป็นการใช้หลักพุทธธรรมเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติให้ผู้บริหาร ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา หรือในหน่วยงาน ได้ดำเนินการในการบริหารจัดการทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการดำเนินชีวิตส่วนตัว (การครองตน) การปกครองคน (การครองคน)  และการควบคุมดำเนินการบริหารงาน (การครองงาน) ให้เกิดความสมดุลลงตัวสอดคล้องกันตลอดจนให้เกิดการบริหารจัดการ และบริหารงาน คือ การบริหารตนเอง การบริหารคน และการบริหารงานตามหลักการบริหารงานในทางทฤษฎีทางการบริหาร กระบวนการในการบริหารงานต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ จะมีผลทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องเป็นผลดีกับสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน ตลอดจนประเทศชาติ และผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ ประชาชนในการงาน และสังคมจะมีความสุขที่มีผู้นำ หรือผู้บริหารที่มีคุณธรรม-จริยธรรมเป็นที่ตั้งในการบริหารงานอย่างแท้จริง

 

 

 

เรียบเรียงโดย
นายนพดล  สุวรรณสุนทร
ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสองพี่น้อง 

 

No Comments so far ↓

There are no comments yet...Kick things off by filling out the form below.

Leave a Comment